(พ.ศ. ๒๔๖๖ - ๒๔๖๙)
ตั้งสำนักงานคนป่วยโรคเรื้อนพระประแดง (พ.ศ. ๒๔๖๖) พ.ศ. ๒๔๖๖ มีคนป่วยโรคเรื้อนในกรุงเทพอยู่ประมาณ ๑,๐๐๐ คน ผู้ป่วยหลายรายขาดที่พักอาศัยและสถานบำบัดโรค โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี ทรงพิจารณาเห็นว่าสถาบำบัดโรคเรื้อนแห่งเดียวไม่เพียงพอต่อการสงเคราะห์ผู้ป่วย ทรงมีพระราชดำริให้สภากาชาดสยามจัดตั้งสำนักคนป่วยโรคเรื้อน ขึ้นในบริเวณป้อมปู่เจ้าสิงพราย ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ก่อสร้างเสร็จวันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ เรียกว่า สถานคนป่วยโรคเรื้อนพระประแดง
นิสิตแพทย์ออกไปช่วยปราบไข้ทรพิษ (พ.ศ. ๒๔๖๖) นิสิตแพทย์ปีที่ ๑ และปีที่ ๒ ไปช่วยปราบไข้ทรพิษที่ระบาดในกรุงเทพฯ และธนบุรี ตามคำขอของกรมสาธารณสุขเป็นเวลา ๒ เดือน
ศ.นพ. จี. เอลลิส กลับมาทำหน้าที่ที่ศิริราชในฐานะผู้แทนมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ (พ.ศ. ๒๔๖๖) ๑๐ ตุลาคม ศ.นพ.จี.เอลลิส กลับมาสู่ศิริราชอีกครั้งหนึ่งในฐานะผู้แทนมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสอน (ต่อมาเป็นคณบดี) และเป็นศาสตราจารย์พยาธิวิทยาด้วย การช่วยเหลือของมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ มีดังนี้ ๑. จัดหลักสูตรใหม่ให้ได้มาตรฐานการศึกษาแพทย์ของสหรัฐอเมริกา รับนิสิตเตรียมแพทย์จากผู้สำเร็จชั้นมัธยมบริบูรณ์เท่านั้น แล้วเรียนอีก ๖ ปี ๒. ส่งศาสตราจารย์ชาวต่างประเทศมาจัดการเรียนการสอน ๓. สร้างโรงพยาบาลศิริราชใหม่ โดยมูลนิธิและรัฐบาลไทย ออกเงินฝ่ายละครึ่ง ๔. จัดหาอุปกรณ์การเรียนและการรักษาพยาบาล ๕. ส่งอาจารย์ชาวไทยไปเรียนในต่างประเทศเพื่อกลับมาทำหน้าที่แทนชาวต่างประเทศ
มูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์มาตกลงเรื่องการสอนวิชาเตรียมแพทย์ (พ.ศ. ๒๔๖๖) พฤศจิกายน นพ.คาร์เตอร์ ผู้ตรวจการภาคตะวันออกของมูลนิธิฯ เข้ามาทำความตกลงเรื่องการสอนวิชาเตรียมแพทย์
กรมสาธารณสุข จัดตั้งกองอนามัย (พ.ศ. ๒๔๖๖) กรมสาธารณสุขได้ปราบปรามพยาธิปากขอ และไข้มาเลเรีย ที่เป็นปัญหา จนทำให้หันมามุ่งงานด้านการรักษาสุขภาพอนามัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ โดยเปลี่ยนชื่อเป็นกองอนามัย และแบ่งงานออกเป็น แผนกประชานามัยพิทักษ์ และแผนกอนามัยศึกษา
สร้างส้วมซึม (พ.ศ. ๒๔๖๗) มีการสร้างส้วมซึมเป็นครั้งแรกโดยการคิดค้นของพระยานครพระราม (สวัสดิ์ มหากายี)
กรมขุนสงขลานครินทร์ดำรงตำแหน่งอธิบดีมหาวิทยาลัย (พ.ศ. ๒๔๖๗) สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ ทรงดำรงตำแหน่งอธิบดีมหาวิทยาลัย และทรงช่วยสอนชีววิทยาวิชากายวิภาคศาสตร์ของสัตว์มีกระดูกสันหลัง และประวัติศาสตร์แก่นักเรียนเตรียมแพทย์
โรงพยาบาลสภากาชาดไทยเปิดสอนหลักสูตรการพยาบาลชั้นสูง (พ.ศ. ๒๔๖๗) โรงพยาบาลสภากาชาดไทย ได้เปิดสอนหลักสูตรวิชาการพยาบาลสาธารณสุขขั้นสูง ชื่อ “โรงเรียนนางสุขาภิบาล” กองอนามัยสภากาชาด เป็นหลักสูตร ๖ เดือน เพื่อเตรียมเจ้าหน้าที่พยาบาลสาธารณสุข ไปปฏิบัติงานสถานีอนามัย ซึ่งสภากาชาดได้ตั้งขึ้นหลายแห่ง หลักสูตรดังกล่าวระงับไปในปี พ.ศ. ๒๔๗๕
โรงพยาบาลโรคเรื้อนที่จังหวัดนครศรีธรรมราช (พ.ศ. ๒๔๖๘) คณะมิชชันนารี โดยนายแพทย์เอ็ดวิน บี แม็คดาเนียล ได้จัดตั้งโรงพยาบาลโรคเรื้อนที่ตำบล บ้านชะเอียน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลปีละ ๔,๐๐๐ บาท
จัดกรมกองภายในกรมสาธารณสุขใหม่ เป็น ๖ กอง (พ.ศ.๒๔๖๘) ปรับปรุงองค์กรภายในกรมสาธารณสุข แบ่งส่วนราชการเป็น ๖ กอง คือ กองประชากร กองสุขศึกษา กองสาธารณสุข กองยาเสพติดให้โทษ กองโอสถศาลารัฐบาล และกองสุขาภิบาล ซึ่งการบริการสาธารณสุขมุ่งเน้นการป้องกันโรค และส่งเสริมสุขภาพเป็นหลัก
กรมสาธารณสุขแบ่งกิจการออกเป็น ๑๓ กอง (พ.ศ.๒๔๖๙) กรมสาธารณสุขได้อนุมัติให้มีการปรับปรุงส่วนบริหารราชการใหม่ โดยแบ่งกิจการออกเป็น ๑๓ กอง คือ กองบัญชาการ กองการเงิน กองที่ปรึกษา กองบรรณาธิการ กองบุราภิบาล กองวิศวกรรม กองสุขภาพ กองโอสถสภา สองยาเสพติดให้โทษ โรงพยาบาลคนเสียจริต กองส่งเสริมสุขาภิบาล กองแพทย์สุขาภิบาลแห่งพระนคร และวชิรพยาบาล