สมัยก่อนประวัติศาสตร์

สมัยก่อนประวัติศาสตร์

Download

๓,๐๐๐ ปีก่อนหน้ายุคปัจจุบัน – พ.ศ. ๒๓๖๗
 

   พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (พ.ศ. ๒๓๕๒-๒๓๖๗)
     การรับราชการแพทย์ของเชื้อสายสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี
     ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ และสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เชื้อสายของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีที่ยังมีพระชนม์อยู่หลังจากรัชสมัยของพระองค์ ได้เข้ารับราชการในกรมหมอถึง ๔ พระองค์ ได้แก่
     ๑.  เจ้าฟ้าชายทัศนพงศ์ พระราชโอรสพระองค์แรกของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีกับกรมบริจาภักดีศรีสุดารักษ์ (เจ้าฟ้าฉิม) หลังสิ้นพระบิดาถูกถอดยศลงเป็น พระพงศ์อมรินท์ หรือเรียกกันว่า พระพงศ์นรินทร์ รับราชการเป็นใหญ่ในกรมหมอ
     ๒.  พระองค์เจ้าหนูแดง พระราชโอรสของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ไม่ทราบนามพระมารดา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ดำรงตำแหน่งเป็น พระยาบำเรอราชแพทย์ ในคราวบูรณะวัดพระเชตุพนฯ มีหน้าที่เป็นแพทย์ใหญ่คุมจารึกเรื่องตำรับยาแพทย์แผนไทย
     ๓.พระองค์เจ้าชายละมั่ง เป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ไม่ทราบนามพระมารดา ถูกถอดยศ และได้รับราชการเป็นหมอหลวงในตำแหน่ง พระยาสมบัติธิบาล เป็นผู้ที่ร่วมแต่งโคลงท่าฤาษีดัดตนที่วัดพระเชตุพนฯ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
      ๔. พระอินทรภัย พระราชโอรสของสมเด็จพระเจ้าตากสินกับกรมบริจาภักดีศรีสุดารักษ์ (ฉิม) เป็นพระอนุชาของพระพงศ์นรินทร์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าฯ มีตำแหน่งเป็นหมอหลวง
 
     การรวบรวมตำรายาโรงพระโอสถ
      พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงให้มีการรวบรวมตำราการแพทย์ขึ้น โดยมีพระพงศ์อมรินทร์ (หรือ พระพงศ์นรินทร์) เป็นหัวหน้า โดยให้ออกไปเสาะหาตำรายาลักษณะโรคทั้งปวงมา และให้ขุนนาง ราษฎร ตลอดจนพระราชาคณะทุกอารามได้รวบรวมส่งมาด้วย และในรายชื่อของแพทย์ในตำราที่ปรากฏแสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงทำเนียบขุนนางที่ดำรงตำแหน่งทางด้านการแพทย์จากเดิมที่มีในครั้งสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

     ตรากฎหมายพนักงานโอสถเสวย
     พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงให้ตรา “กฎหมายพนักงานโอสถเสวย” เพื่อป้องกันมิให้พระโอสถของพระมหากษัตริย์ปนเปื้อนสิ่งอื่นใด ปรากฏข้อความดังนี้ คือ

      “...และเจ้าพนักงานพระโอสถเสวย ถ้าเป็นพระโอสถน้ำใส่โถขวดแก้วๆ ใส่ถุงปิดตราจงมั่นคง ถ้าเจ้าพนักงานมิเชิญไว้ดังนี้ โทษเฆี่ยน อนึ่ง ถ้าจะประกอบพระโอสถอย่างประมาท ต้องให้บริสุทธิ์ ถ้ามิบริสุทธิ์ผู้ประกอบโทษเฆี่ยนตัดมือ ถ้าจะประกอบพระโอสถนั้น อย่าให้ผู้อื่นนอกกว่าผู้กำกับ เข้าไปนั่งใกล้เคียงเป็นอันขาด ถ้าผู้อื่นจะเข้าไปใกล้เคียงไซร้ ผู้เข้าไปใกล้เคียงแลเจ้าพนักงานโทษเฆี่ยนริบราชบาท ถ้าประกอบพระโอสถให้เศร้าหมองมีมณฑิลอุปัทะวไซร้ โทษถึงตาย อนึ่งผู้ใดเข้าไปใกล้เคียงทำให้พระโอสถเป็นมณฑิลอุปัทะวได้ไซร้ ผู้ทำแลเจ้าพนักงานโทษถึงตาย ถ้าเจ้าพนักงานแสร้งแกล้งประกอบให้เป็นมณฑลอุปัทะวโดยไซร้ โทษตายทั้งโครต อนึ่งพระโอสถประกอบแล้วให้ผู้แต่แล ผู้กำกับเทียบทาบดู ให้สนิทจงดี ถ้ามิสนิทผิดข้อใดไซร้ โทษผู้แต่งผู้กำกับเทียบทานนั้นดุจกันทุกข้อ…”

     การจารึกตำรายาที่วัดราชโอรส
     กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว) ทรงปฏิสังขรณ์วัดจอมทอง ถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้รับพระราชทานชื่อวัดใหม่ว่า วัดราชโอรสาราม โดยกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ได้ทรงจารึกตำรายาไทยไว้ ๑๐๘ ขนาน บนศิลา ๕๕ แผ่น ทั้งบนกำแพงพระวิหารพุทธไสยาสน์ และที่ศาลาราย

     โครงสร้างของหมอในโรงพระโอสถ
     การจัดองค์กรในกรมหมอ ตามที่มีหลักฐานบันทึกไว้  มีลักษณะเกือบจะลอกแบบอย่างของ กรมหมอโรงพระโอสถ ในสมัยกรุงศรีอยุธยากล่าวคือ กรมหมอในโรงพระโอสถ เป็นต้นสังกัดของ “หมอหลวง” ทั้งหมด และอยู่ใต้กำกับของ พระบรมวงศ์องค์ใดองค์หนึ่งซึ่งโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เช่นในสมัย พ.ศ. ๒๔๐๘ มีกรมหมื่นวงศาธิราช ทรงกำกับกรมหมอ หัวหน้าหมอหลวงทั้งปวง คือ พระยาแพทยพงษาวิสุทธิ (ในสมัยกรุงศรีอยุธยา  ตำแหน่งนี้เรียกว่า จางวาง แพทยาโรงพระโอสถ ซึ่งมีบรรดาศักดิ์ เป็น ออกยาแพทยาพงษาวิสุทธาธิบดีอภัยพิริยนรากรมพาหุ) บรรดาหมอในกรมหมอโรงพระโอสถ แบ่งเป็น ๒ ฝ่าย คือ “หมอโรงใน” และ “หมอโรงนอก” “หมอโรงใน” มีหน้าที่เกี่ยวกับการบำบัดเยียวยา พระบรมวงศานุวงศ์ในเขตพระราชฐานชั้นใน ส่วน “หมอโรงนอก” เป็นหมอที่รับพระบรมราชโองการ ไปตรวจเยี่ยมและบำบัดรักษาข้าราชการผู้เจ็บป่วย แม้ว่าหมอโรงใน และหมอโรงนอกจะแยกจากกันแต่อยู่ภายใต้บังคับของ เจ้าหมอกรมโรงพระโอสถ คือพระยาแพทยพงษาวิสุทธิ ผู้บังคับบัญชารองลงไป ได้แก่ เจ้ากรมหมอยาขวา (หลวงราชนิทานและหลวงราชพรหมา) ปลัดกรมยาซ้าย (พระสิทธิสาร) ปลัดกรมหมอยาขวา ซึ่งหมอหลวงสังกัดกรมหมอยาขวา และหมอยาซ้าย จะผลัดเปลี่ยนเข้าประจำราชการ ผลัดละ ๔ วัน ๔ คืน โดยเข้ามาประจำราชการอยู่ในพำนักซึ่งเป็นโรงพระโอสถด้วย ซึ่งก็คือคลังยานั่นเอง กล่าวได้ว่าในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มีลักษณะบางประการที่แตกต่างจากกรุงศรีอยุธยา คือ มีกรมโรงพระโอสถเพียงกรมเดียวรวมผู้ชำนาญการไว้ทุกประการ คือ หมอยา หมอนวด หมอกุมาร หมอตา หมอผี หมอทรพิศม์ หมอพยุงครรภ์ ซึ่งต่างไปจากราชการในแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา

กระบองแดง:  มีหลักฐานสมัยต้นรัตนโกสินทร์บอกว่า หมอหลวงสามารถเดินทางไปเก็บสมุนไพรตามบ้านของราษฎร 
                         หรือที่ของใครก็ได้ทั่วราชอาณาจักร   โดยมีกระบองแดงและย่ามพระราชทานเป็นสัญลักษณ์

 

|
Deprecated: Function ereg() is deprecated in /home/nham/domains/nham.or.th/public_html/index.php on line 314