“หอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์สุขภาพไทย” (หพสท.) ก่อตั้งขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติ (สช.) โดยมอบหมายให้สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานบริหารจัดการและดำเนินงานแผนงาน/โครงการ
ช่วงที่ผ่านมาได้มีผู้ศึกษาข้อมูลประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการแพทย์และสาธารณสุข ประวัติศาสตร์การแพทย์ท้องถิ่น และข้อมูลส่วนบุคคลที่มีคุณูปการต่อวงการแพทย์และสาธารณสุขจำนวนมาก พบว่า การศึกษาข้อมูลเหล่านี้ มีข้อจำกัดทั้งจากเอกสารต้นฉบับที่จะใช้อ้างอิง แหล่งการสืบค้นที่เป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์ทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงข้อมูลบุคคลสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องทางด้านนี้ ดังนั้น เพื่อให้สังคมการแพทย์และสาธารณสุข สถาบันการศึกษา และการวิจัย ตลอดจนสาธารณชนได้ศึกษาเรียนรู้และเกิดความเข้าใจในรากเหง้าทางประวัติศาสตร์สุขภาพไทย คณะกรรมการอำนวยการและคณะกรรมการดำเนินการจัดตั้งหอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์สุขภาพไทยจึงมีมติให้จัดตั้ง “หอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์สุขภาพไทย” ขึ้น เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2551
ภาพการตกลงความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ในการสนับสนุนการจัดตั้งหอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์สุขภาพไทย ในงานประชุมคณะกรรมการอำนวยการหอจดหมายเหตุฯ 24 มิถุนายน พ.ศ 2551 โดยมีรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พญ.ศิริพร กัญชนะ และ นพ.อำพล จินดาวัฒนะ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติร่วมลงนาม และมีคณะกรรมการอำนวยการหอจดหมายเหตุฯ ที่สำคัญ คือ นพ.บรรลุ ศิริพานิช ศ.นพ.ประเวศ วะสี นพ.วิชัย โชค วิวัฒน พญ.กรรณิการ์ ตันประเสริฐ เป็นต้น เป็นสักขีพยาน
1.1 เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมและทำนุบำรุงรักษา เอกสาร สื่อโสตทัศน์ ตลอดจนวัสดุและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับพัฒนาการของสุขภาพไทยมิให้เสื่อมสลายหรือสูญหายไป 1.2 เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลทางด้านประวัติศาสตร์สุขภาพไทย พัฒนาการสังคม และการเมืองที่เกี่ยวข้อง ในอันจะปลูกฝัง ให้ความรู้และความเข้าใจแก่สาธารณชนในมิติทางประวัติศาสตร์สุขภาพไทย 1.3 เพื่อสนับสนุนการวิจัย การศึกษาค้นคว้า การเรียนรู้เรื่องราวจากอดีต ตลอดจนให้ความร่วมมือกับสถาบันต่าง ๆ ในการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อสร้างความเข้าใจในมิติทางสังคมและประวัติศาสตร์สุขภาพไทย 1.4 เพื่อสร้างจิตสำนึกและคุณค่าด้านการศึกษาประวัติศาสตร์สุขภาพไทย ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจอันเป็นการบ่มเพาะความรู้และความภาคภูมิใจ ในการปฏิบัติงานด้านสุขภาพ และสร้างความเข้มแข็งบนเส้นทางสุขภาพไทย
หอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์สุขภาพไทยรวบรวม จัดเก็บ และให้บริการเอกสาร 4 กลุ่ม ได้แก่
2.1 เอกสารของหน่วยงาน หมายถึง เอกสารที่ได้รับมอบจากหน่วยงานที่มีบทบาทภารกิจด้านสุขภาพ ทั้งภายในและภายนอกกระทรวงสาธารณสุข โดยการรวบรวมเอกสารจากหน่วยงาน/องค์กรที่มีความเป็นมาบนเส้นทางสุขภาพไทย ขณะนี้ได้รวบรวมจากหน่วยงานที่มีความพร้อม ดังนี้ 2.1.1 สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) โดยรวบรวมจากยุคแรกเริ่มในสมัยของสำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ(สปรส.) เดิม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 การขับเคลื่อนกระบวนการปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ ตั้งแต่ผลักดันธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติจนกระทั่งเป็นพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2550 และจัดตั้งเป็นสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนโครงการจัดตั้งหอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์สุขภาพไทยด้วย ปัจจุบันเอกสารของ สช. ที่จัดหมวดหมู่และพร้อมให้บริการ ได้แก่ เอกสารผู้บริหาร แผนงานยกร่าง พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ แผนงานผลักดัน พ.ร.บ. และแผนงานสื่อสาธารณะ 2.1.2 หน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุข โดยรวบรวมเอกสารจากหน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เอกสารที่จัดหมวดหมู่และพร้อมให้บริการ เช่น สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กองทันตสาธารณสุข สถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ โรงพยาบาลถลาง โรงพยาบาลซำสูง โรงพยาบาลตรัง สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาสุขภาพภาคประชาชนภาคเหนือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สถาบันโรคทรวงอก โรงพยาบาลเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว โรงพยาบาลลำปาง กรมสุขภาพจิต สถานีอนามัยตำบลหงาว สถาบันพระบรมราชชนก กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สำนักงานคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ กรมควบคุมโรค โรงพยาบาลไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นต้น 2.1.3 หน่วยงาน/องค์กรอื่น ๆ โดยรวบรวมเอกสารจากหน่วยงานที่มีข้อมูลด้านสุขภาพไทย เอกสารที่จัดหมวดหมู่และพร้อมให้บริการ ได้แก่ วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา 2.2 เอกสารส่วนบุคคล หมายถึง เอกสารของผู้มีคุณูปการต่อวงการการแพทย์และสาธารณสุข ไทย ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงหรือการพัฒนาในระบบสุขภาพไทย ซึ่งท่านได้จัดทำขึ้นหรือรับมาจากที่อื่น และเก็บสะสมไว้เพื่อใช้ประโยชน์เป็นการส่วนตัว หรือเป็นผู้ครอบครองเอกสารนั้น ปัจจุบันเอกสารส่วนบุคคลที่ได้รับการรับจัดหมวดหมู่และพร้อมให้บริการ ได้แก่ เอกสาร ศ.นพ. เสม พริ้งพวงแก้ว นพ.บรรลุ ศิริพานิช นพ.ไพโรจน์ นิงสานนท์ และเอกสารนายพูนทรัพย์ ปิยะอนันต์
2.3 เอกสารภาคประชาชน หมายถึง เอกสารของประชาชนทุกกลุ่มและทุกอาชีพในท้องถิ่น อาทิ ปราชญ์ชาวบ้าน คนตัวเล็กตัวน้อย ผู้มีประวัติในการดูแลสุขภาพของประชาชนในท้องถิ่นของประเทศไทย หรือผู้ผลิตคิดค้นเครื่องมือหรืออุปกรณ์การป้องกัน สร้างเสริมและรักษาโรคที่เกิดขึ้นในครอบครัวของชุมชน เอกสารภาคประชาชนที่ได้รับมอบมาให้แล้ว ได้แก่ เอกสารนายวิบูลย์ เข็มเฉลิม (ปราชญ์ชาวบ้าน) เอกสารนายต่วน ถ่ายเกิด (หมอพื้นบ้านจังหวัดพิจิตร) เอกสารนางนิยม มุทาวัน (ผดุงครรภ์จังหวัดอุบลราชธานี) เอกสารนายประภาส จเรประพาฬ (หัวหน้ากองสาธารณสุข/สิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช) เอกสารนายสวัสดิ์ จิตติมณี (หมออนามัยแห่งชาติ พ.ศ. 2550 จังหวัดนครราชสีมา) และเอกสารนายชัยพร จันทร์หอม (อดีตเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จังหวัดตรัง)
2.4 เอกสารอ้างอิงและหนังสือหายาก หมายถึง เอกสาร หนังสือ หรือสื่อโสตทัศน์ ที่หอจดหมายเหตุฯ ได้มาจากการจัดซื้อ การบริจาค และการทำสำเนา ซึ่งเป็นข้อมูลเอกสารระดับเรื่องหรือระดับชิ้น ที่ไม่มีความต่อเนื่อง แต่มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับงานสุขภาพไทย ซึ่งรวมทั้งเอกสารของบางหน่วยงานด้วย เอกสารอ้างอิงและหนังสือหายากที่จัดหมวดหมู่และพร้อมให้บริการ ได้แก่ โรคระบาดในจังหวัดนนทบุรี จดหมายเหตุเรื่องมิชชันนารีอเมริกันเข้ามาประเทศสยาม หนังสือตำรายา หนังสือประวัติศาสตร์ทางการแพทย์ หนังสือประวัติบุคคลสำคัญทางการแพทย์ History of Medicine and Public Health โรคระบาดและการรักษา ร.ศ. 109 – 125 ประวัติศาสตร์โอสถศาลาและกระทรวงสาธารณสุข ร.ศ. 122 – พ.ศ. 2485 มูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์กับการช่วยเหลือรัฐบาลไทยในการปรับปรุงวงการแพทย์
หอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์สุขภาพไทยใช้ระบบในการจัดเอกสาร ดังนี้
3.1 ระบบการจัดเรียงเอกสารตามแหล่งกำเนิด (Principle of Provenance) ได้แก่ การจัดเอกสารของหน่วยงานเดียวกันไว้ด้วยกัน เพื่อให้เอกสารสะท้อนให้เห็นหน้าที่และกิจกรรมของหน่วยงานเจ้าของเอกสาร
3.2 ระบบการจัดเอกสารตามรูปแบบเดิม (Principle of Original Order) ได้แก่ หน่วยงานเดิมของเอกสารจัดเรียงเอกสารไว้อย่างไร ก็คงสภาพเช่นนั้นดังเดิม การจัดเอกสารทั้ง 2 ระบบนี้ จะจัดเอกสารออกเป็นกลุ่ม ชุด แฟ้ม และเรื่อง ตามลำดับ
การสงวนรักษาเอกสารจดหมายเหตุ (การอนุรักษ์เอกสาร) คือ กระบวนการดูแลรักษาสภาพทางกายภาพของเอกสารจดหมายเหตุ โดยการตรวจสอบ ป้องกัน เปลี่ยนสภาพ และซ่อมบูรณะ เพื่อมิให้เอกสารชำรุด เสียหาย หรือสูญหาย และเพื่อให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้นานที่สุด มีวิธีการสำคัญ 3 วิธี คือ 4.1 การป้องกัน เป็นกระบวนการควบคุมมิให้เอกสารจดหมายเหตุเสื่อมสภาพหรือสูญหาย และให้คงสภาพเดิมให้นานที่สุด ได้แก่ การตรวจสอบสภาพ การอบ และทำความสะอาดเอกสารจดหมายเหตุ การลดกรดในเนื้อกระดาษ การสร้างสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม เช่น ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เครื่องฟอกอากาศ เครื่องดูดความชื้น ฟิล์มกรองแสง เป็นต้น การเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์และครุภัณฑ์ที่เหมาะสม สำหรับเก็บเอกสารจดหมายเหตุ การรักษาความปลอดภัย ป้องกันไฟไหม้และน้ำท่วม การทำความสะอาดที่ทำการสม่ำเสมอ การแนะนำการหยิบเอกสารและการสงวนรักษาเอกสารขั้นพื้นฐาน และการเคลือบเอกสารจดหมายเหตุ 4.2 การเปลี่ยนสภาพเอกสารจดหมายเหตุ เอกสาร จดหมายเหตุที่ชำรุดควรนำมาเปลี่ยนสภาพเป็นวัสดุย่อส่วนเป็นไมโครฟิล์มหรือ เปลี่ยนเป็นรูปลักษณ์แบบอื่นที่สามารถนำมาใช้แทน เอกสารต้นฉบับ เช่น การสแกนเป็นไฟล์ซีดีหรือสำเนาเป็นเอกสาร เป็นต้น
4.3 การซ่อมบูรณะเอกสารจดหมายเหตุ เอกสาร จดหมายเหตุที่ชำรุด เสียหาย หรือเสื่อมสภาพต้องได้รับการซ่อมบูรณะในทันที โดยการอบเอกสาร การคลี่เอกสารให้คลายตัวและแกะสิ่งที่มัดเอกสารออก การทำความสะอาด ล้าง และขจัดความสกปรก การลดกรด การซ่อมปะ และเสริมความแข็งแรงแก่นเอกสาร ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพความชำรุดของเอกสารว่าควรจะมีการซ่อมบูรณะด้วยวิธีใด
เครื่องมือช่วยค้นเอกสารจดหมายเหตุ คือ รายการข้อมูลเกี่ยวกับสภาพทางธรรมชาติและสภาพทางกายภาพของเอกสาร และข้อมูลสำคัญอื่นๆ ที่จะโยงไปสู่เอกสารจดหมายเหตุและสารนิเทศในเนื้อหาเอกสารจดหมายเหตุ และถือเป็นหลักฐานสำคัญสำหรับการควบคุมเอกสารจดหมายเหตุที่จัดเก็บและให้บริการในหอจดหมายเหตุ
เครื่องมือช่วยค้นที่หอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์สุขภาพไทยจัดทำแล้ว คือ 5.1 บัญชีทะเบียนรับมอบเอกสาร เป็นการรวมรายการเอกสารจดหมายเหตุที่หอจดหมายเหตุฯ จัดทำขึ้นหลังได้รับมอบเอกสารมาจัดเก็บ เพื่อใช้เป็นหลักฐานการรับและควบคุมปริมาณเอกสารจดหมายเหตุ รายการข้อมูลสำคัญที่บันทึกในบัญชีทะเบียนเอกสาร ได้แก่ เลขทะเบียน วัน เดือน ปี ชื่อผู้จัดทำ ชื่อผู้ส่งมอบเอกสาร ที่อยู่ ชื่อเอกสาร ปริมาณ คำอธิบายเอกสาร และข้อมูลอื่นๆ
5.2 บัญชีสำรวจเอกสาร เป็นการรวบรวมรายชื่อเอกสารจดหมายเหตุที่ได้จัดตามหลักวิชาการจดหมายเหตุ เรียบร้อยแล้วและพร้อมที่จะให้บริการ และถือว่าเป็นเครื่องมือช่วยค้นเอกสารหลักที่นิยมจัดทำมากที่สุด ข้อมูลสำคัญของบัญชีเอกสาร ประกอบด้วย บทนำ ประวัติหน่วยงานหรือบุคคลที่จัดทำเอกสาร ขอบเขตและเนื้อหาของเอกสาร คำอธิบายลักษณะชุดหรือหมวดเอกสาร บัญชีรายชื่อเอกสารจดหมายเหตุ ชื่อผู้จัดทำบัญชีสำรวจเอกสาร วัน เดือนปี ที่จัดทำบัญชีสำรวจเอกสาร ภาคผนวก บรรณานุกรม และดรรชนี 5.3 คำอธิบายเอกสารจดหมายเหตุุ เป็นรายการข้อมูลที่สำคัญของเอกสารจดหมายเหตุแต่ละรายการ/แฟ้ม/ชุด/กลุ่ม เช่น ผู้ผลิตเอกสาร ชื่อเรื่อง วัน เดือน ปีที่ผลิต ปริมาณ และเนื้อหาสาระของเอกสาร รวมถึงข้อมูลที่บ่งบอกถึงลักษณะของการดำเนินงาน การจัดการของหน่วยงานเจ้าของเอกสาร
ปัจจุบันหอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์สุขภาพไทยได้เริ่มจัดทำคำอธิบายเอกสารแล้วบางกลุ่ม เพื่อทดลองเผยแพร่และให้บริการผ่านระบบฐานข้อมูลและระบบออนไลน์จากเว็บไซต์ของหอจดหมายเหตุฯ ซึ่งจัดทำเฉพาะเอกสารระดับกลุ่ม ผู้ใช้บริการสามารถสืบค้นเนื้อหาเอกสารได้ ก่อนเข้าใช้บริการเอกสารในหอจดหมายเหตุฯ ตามปกติ คำอธิบายเอกสารนี้ใช้มาตรฐานตามคำอธิบายจดหมายเหตุระหว่างประเทศ (ISAD (G) :General International Standard Archival Description) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยคณะกรรมการพัฒนามาตรฐานคำอธิบายเอกสาร (The Ad Hoc Commission for the Development of Description Standard) ของสภาจดหมายเหตุระหว่างประเทศ (ICA) เป็นมาตรฐานที่สามารถจัดทำคำอธิบายจดหมายเหตุทุกระดับ สามารถจำแนกและอธิบายจดหมายเหตุทั้งลักษณะเนื้อหา บริบท และโครงสร้างต่าง ๆ ของเอกสารได้อย่างหลากหลาย
คณะกรรมการบริหารหอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์สุขภาพไทย
บุคลากรหอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์สุขภาพไทย สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ
สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์